บทที่ 2 ไม่ปล่อย
ตอนที่2 ไม่ปล่อย
อัคนี
“เฮียไม่มีเหตุผล” ร่างเล็กที่นอนอยู่ใต้ร่างพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ต่อว่าออกมาเหมือนตัวเองไม่ผิดสักนิด
“เหตุผลของเฮียก็พูดไปทุกครั้งแล้ว” ผมตอกย้ำออกมาในสิ่งที่บอกเธอเสมอ ว่าไม่ชอบให้เมียตัวเองไปใกล้ผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะผู้ชายที่มันจ้องจะคาบเมียผมไปกินอย่างไอ้เหี้ยนั่น
และที่สำคัญ...
“แต่เฮียจะโกรธแบบนี้ไม่ได้ เพราะนิลไม่ได้ทำอะไรผิด” เด็กดื้อยังคงเอาแต่เถียงออกมาไม่หยุดอย่างดื้อรั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ยิ่งผมใจดีใส่เธอก็ยิ่งดื้อขึ้นทุกวัน ยิ่งผมตามใจเธอก็ยิ่งเอาแต่ใจตัวเองจนไม่กลัวอะไร ผิดที่ผมเองแหละตามใจเธอมาตลอด พอโตมามันก็ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ แม้ว่าเวลาดื้อมากๆ เธอจะถูกลงโทษวิธีไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้เด็กดื้อหายดื้อได้เลยสักนิด เพราะเธอรู้ไงว่าพอทุกอย่างจบลง ผมก็ต้องดูแลเธอต่ออยู่ดี
“ผิดที่ไม่ฟังคำสั่งเฮียไง” ผมตอกย้ำความผิดของเธอออกไปอย่างง่ายดายไม่ต้องร้องหาเลยสักนิด
ทั้งที่สั่งมาตลอดว่าไม่ให้คุยโทรศัพท์กับผู้ชายที่ไหน ไม่ให้อยู่ใกล้กับผู้ชายหน้าไหนเกินสิบก้าวหรือถ้าให้ดีไม่ต้องยุ่งกับผู้ชายที่ไหนเลย แต่เธอกลับยังขัดคำสั่งผมเรื่อยๆ
“นิลจะผิดถ้านิลคิดไม่ซื่อกับเฮีย แต่ทุกครั้งนิลไม่เคยคิดแบบนั้น นิลรักเฮียคนเดียว คนอื่นก็แค่เพื่อน ก็แค่รุ่นพี่เท่านั้น” พอเห็นว่าผมไม่ลงให้ เธอก็มักจะใช้สายตาอ้อนเหมือนลูกแมวทันที ใช้ปากเล็กๆ นั่นพรั่งพรูความรักแสนหวานออกมาอย่างออดอ้อน
ถามว่าได้ผลไหม ใช่มันมักได้ผลเสมอ แต่คนอย่างผมถึงแม้จะแพ้กับการออดอ้อนของเธอยังไง แต่ยังไงผมก็ต้องแข็งใจลงโทษเธอด้วยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มีวันจำแล้วก็ทำมันอีกซ้ำๆ เพราะขนาดลงโทษประจำ เธอยังไม่เคยเข็ดเลย ขนาดเวลาผมดุมากแล้วเธอกลัวในตอนนั้น แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้เธอกลัวจนระวังการกระทำตัวเองได้เหมือนกัน
“ไม่ต้องมาอ้อน” ผมว่าเสียงแข็งออกไปให้รู้ว่ามันไม่ได้ผลแน่นอน ยังไงเธอก็ต้องโดนลงโทษกับความผิดนี้อยู่ดี
“นิลไม่ได้อ้อน นิลแค่อยากให้เฮียเปิดใจบ้าง สังคมข้างนอกมันก็มีทั้งหญิงทั้งชาย แล้วไหนจะเพศที่สามสี่อีกเยอะแยะ เฮียจะให้นิลรู้จักแค่ผู้หญิงอย่างเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้” น้ำเสียงและสายตาอ้อนๆ อย่างคนไร้เดียงสา
พร้อมกับมือเล็กที่เริ่มยกขึ้นลูบไล้แผงอกของผมจนผมหลุบตามองมือเล็กที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตผมช้าๆ ช่างสรรหาคำพูดคำจาออกมาตะล่อมผมไม่หยุด
“งั้นก็แลกกัน” ผมจับมือเล็กไว้แล้วพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าเธอนิ่งอย่างท้าทายกับสิ่งที่เธอบอกว่าให้ผมเปิดใจ
“ยังไงคะ” เด็กน้อยที่ยังไม่รู้ชะตาตัวเองถามออกมาด้วยสายตาและน้ำเสียงที่เริ่มยั่วยวนเหมือนเดิม
แต่นั่นก็ทำให้ผมกระตุกยิ้มในใจกับสิ่งที่เธอจะเป็นหลังจากนี้อย่างรู้ดีเลย
“เลิกวีนธารา แล้วก็เลิกระแวงธาราซะ” ผมพูดขึ้นนิ่งๆ เหมือนเดิมอย่างต่อรองกับยอกย้อนกับคำสอนของเธอ พร้อมกับมองหน้าเล็กไม่ห่างอย่างเป็นการยื่นหมูยื่นแมวให้เธอยอมรับ
และมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่ต้องคาดเดาทันที
“ไม่มีทาง! นิลไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น!” จากใบหน้าและสายตายั่วยวนก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวกางเล็บขู่ออกมาทันทีอย่างไม่พอใจและเหวี่ยงไม่น้อย
“แล้วยังไง เฮียกับธาราก็ไม่ได้คิดอะไรเหมือนกัน” ผมย้อนกลับยังคงนิ่งไว้เหมือนเดิมเหมือนกับคำพูดที่เธอหนักแน่นกับไอ้เหี้ยนั่นไง
เพราะสำหรับผม ไม่ก็คือไม่ และที่สำคัญ ผมมีแค่เด็กน้อยคนนี้คนเดียวก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว
“แต่ผู้หญิงคนนั้นคิดกับเฮีย!” แล้วเด็กดื้อก็ย้อนออกมาอย่างเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่มาตลอด
แต่ผมว่าผมกับธาราก็วางตัวกันปกติมากมาตลอดเลยนะไม่มีอะไรตรงไหนให้ดูเหมือนคิดอะไรกันเลยสักนิด แต่ไม่รู้ว่าทำไมเด็กน้อยไปเอามาจากไหนที่ว่าธาราคิดอะไรกับผม ทั้งที่ธาราเองก็ไม่เคยแสดงอาการแบบนั้นออกมาเลย เพราะมันไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้
“มันก็ไม่ต่างกันกับผู้ชายพวกนั้น” ผมไม่อยากพูดแก้ตัวอะไรที่รู้เต็มอกตัวเองอยู่แล้ว ในเมื่อเธอคิดเองเออเองและมั่นใจขนาดนั้น ผมก็ย้อนกลับไปให้เธอคิดบ้างเหมือนกัน ให้รู้ถึงสันดานผู้ชายพวกนั้นที่จ้องจะเข้ามาเพื่อหวังอย่างอื่นมากกว่าคำว่าเพื่อนหรืออยากรู้จัก
“.....” แล้วนิลลาก็เม้มปากอย่างใช้ความคิดเพราะกำลังจะเถียงไม่ออกเหมือนทุกครั้งเมื่อเจอการยอกย้อนเปรียบเทียบแบบนี้
“ในเมื่อนิลบริสุทธิ์ใจ เฮียก็บริสุทธิ์ใจ” ผมยังคงพูดขึ้นต่อด้วยท่าทีสบายๆ อย่างไม่กดดันคาดคั้นอะไรเธออีก หากเธอยืนยันแบบนั้นผมก็จะยืนยันแบบนี้ แค่แลกกันอย่างสมน้ำสมน้ำก็เท่านั้น
แต่เด็กน้อยอย่างเธอหรือจะสู้คนที่ผ่านโลกมามากกว่าอย่างผมได้
“แต่พี่ใต้ฝุ่นเขาเป็นรุ่นพี่นิล แล้วเขาก็ยังเคยช่วยเหลือดูแลนิลตั้งเยอะ เป็นข้อยกเว้นไม่ได้เหรอ” เสียงเล็กดังอ้อนออกมาทันทีอย่างพยายามอธิบายให้ผมเข้าใจและแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเองต่อ
และมันไม่ใช่ครั้งแรกกับเรื่องไอ้เหี้ยใต้ฝุ่น และผมก็รู้ว่ามันคิดยังไงกับนิลลา ซึ่งแน่นอนว่ามันยกเว้นไม่ได้
“ก็แล้วแต่นิลแล้วกัน” ในเมื่อเห็นแบบนั้นผมก็ตอบรับออกมาอย่างยอมรับแล้ว ว่าแล้วก็ลุกออกจากเธอเดินออกจากห้องทันที
เด็กน้อยบางคนใช้วิธีเดิมๆ เธอก็จะจำทางได้จนไม่กลัวอะไรและรู้จักประจบประแจงกลับลำ ผมต้องเปลี่ยนวิธีบ้าง ให้เธอรู้สึกร้อนใจ และกลัวจนไม่กล้าที่จะทำมันอีก
“เฮีย!” แล้วเสียงเล็กก็ดังขึ้นเรียกผมเหมือนกับกังวลใจ
เห็นไหมล่ะ แค่ผมเลือกจะหยุดทุกอย่างแล้วเดินออกมานิ่งๆ แบบนี้ เธอก็กลัวอย่างออกนอกหน้าทำอะไรไม่ถูกแล้ว
ผมบอกแล้ว เด็กที่เกิดหลัง มันจะมาทันคนที่ผ่านโลกมาก่อนเป็นสิบปีได้ยังไง ยิ่งเป็นเด็กที่ผมเลี้ยงมาเองกับมือทำไมผมจะไม่รู้จักเธอดีกว่าใคร
ผม อัคนีหรือไฟ ตอนนี้อายุ 31 ปี นิสัยผมเหรอ ไม่อยากพูดหรอก เรียกสั้นว่าเลวก็ได้ แต่ไม่มีใครเลวสมบูรณ์หรอก ยังไงมันก็ต้องมีดีบ้างนั่นแหละ อยากรู้ก็ดูๆ ผมไป แล้วค่อยตัดสินใจอีกที
ผมเป็นลูกชายคนโตของตระกูล พ่อผมเสียไปหลายสิบปีแล้ว ทำให้ผมอยู่กับลุงมาตลอด ส่วนแม่ผมท่านอยู่ต่างประเทศกับน้องสาวอีกคนตั้งแต่ช่วงที่พ่อกับลุงต้องการล้างสิ่งสกปรกนั่นแหละ และตอนนั้นก็ไม่มีคนนอกรู้เรื่องนี้ ซึ่งลุงก็เลี้ยงดูผมแทนพ่อกับแม่มาอย่างดี
ตระกูลผมทำทั้งเรื่องสีขาวและเรื่องสีเทา เพียงแต่ลุงผมเลือกจะออกจากวงการสีเทานานแล้ว นานพอที่เป็นโอกาสทำให้พ่อผมเสียนั่นแหละ ส่วนแม่ตั้งแต่พ่อเสียท่านเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศที่เป็นบ้านของพ่ออีกหลังตลอดมา แต่ผมก็ยังอยู่กับลุงจนถึงตอนนี้ ตอนที่ผมกลายเป็นผู้นำตระกูลรุ่นใหม่จากการสั่งสอนของลุง
ส่วนกับนิลลา สั้นๆ คือ ตอนนี้เธอมีสถานะเป็นเมียของผม และผมก็ทั้งรักทั้งหวงเธอมาก มากจนถ้าใครคิดจะมาแย่งเธอไปจากผมล่ะก็ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่
